|

|
ชิงไห่ – ลาซา (ยาว 1,140 กิโลเมตร)
จุดสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในโลก
แหล่งอารยธรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์ บนดินแดนหลังคาโลก
เขตปกครองตนเองชนชาติทิเบต - นครลาซา – สาธารณรัฐประชาชนจีน 6 วัน 5 คืน |
| |
บริษัทฯ มีความยินดีนำท่านสู่ “ดินแดนแห่งหลังคาโลกทิเบต” จุดมุ่งหมายอยู่ที่นครลาซา ศูนย์กลางแห่งจิตวิญญาณความศักดิ์สิทธิ์ของชาวทิเบตทั้งมวล หากมีเพียงไม่กี่คนที่สามารถเดินทางเข้าไปได้ถึงนครลาซา อันเป็นที่พำนักของผู้ดำรงค์ตำแหน่งดาไลลามะ คนทิเบตแม้จะก้าวสู่ความทันสมัย แต่ยังคงรักษาความสง่างามของเผ่าพันธุ์ไว้อย่างหนาแน่น รายการนี้คือการชวนชมนครลาซาอย่างทั่วถึง และเต็มอิ่มซึ่งหาโอกาสพิเศษนี้ยากจริง ๆลาซา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 4,000 เมตร อ็อกซิเจนจึงน้อยกว่าพื้นราบของกรุงเทพฯ เมื่อถึงเมืองลาซา พยายามเคลื่อนไหวให้ช้าเมื่อไปถึงวันแรก โปรดพักผ่อนเพื่อปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับความสูงปัญหาความสูงไม่เกี่ยวกับ เพศ, วัย, อายุ ผู้ใหญ่บางคนอาจไม่เป็นปัญหา แต่หนุ่มสาวอาจมีปัญหาสภาพ ภูมิประเทศ การเดินทางสู่ดินแดนหลังคาโลกทิเบต นั้นจำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับผู้ที่มีสุขภาพที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจาก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบสูงซึ่งมีอากาศเบาบางตลอดเวลา และอาจจะทำให้หายใจไม่สะดวกยิ่งในเวลากลางคืนอาจจะทำให้นอนไม่หลับ อึดอัด การเดินหรือใช้แรงจะทำให้เหนื่อยง่าย ปวดหัว อาหารไม่ย่อย คลื่นเหียนอาเจียน ท้องเสีย ฯลฯ ซึ่งอาการเหล่านี้เรียกว่า โรคแพ้ความสูง (High Altitude Sickness)ชิงไห่ แปลว่าทะเลสีเขียว ตามชื่อทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดของจีนที่อยู่ในมณฑล มณฑลชิงไห่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต ที่ราบสูงทางทิศตะวันตกของประเทศจีน ทางเหนือติดกับมณฑลซินเจียง และกานซู่ ทางใต้ติดกับซื่อชวน (เสฉวน) และทิเบต เป็นต้นน้ำของแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) หวงเหอ (แม่น้ำเหลือง) หลันชาง (แม่น้ำโขง) พื้นที่ทั้งสิ้น 720 ,000 ตร.กม. ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศสภาพภูมิประเทศ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในส่วนของ ‘หลังคาโลก’ (ที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบต) อยู่เหนือระดับน้ำทะเลราว 1,650-6,860 เมตร พื้นที่เป็น เขาสูง ทะเลสาบ ทุ่งหญ้าและทะเลทราย ทางเหนือและตะวันตกเฉียงเหนือเป็นเทือกเขา ทางใต้เป็นที่ราบสูง ทางตะวันออกเป็นหุบเขาเหอหวง ตรงกลางเป็นที่ราบแอ่งกระทะและที่ราบสูง |
|
กำหนดเดินทาง
|
1,6,11,16,21,26 ก.ย./ 1,6,11,16,21,26 ต.ค. ราคา 52,900 บาท
|
| วันแรก |
สนามบินสุวรรณภูมิ – เฉินตู |
|
16.30 น.
|
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 เคาน์เตอร์ E เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่านก่อนเดินทางขึ้นเครื่อง เดินทางโดยสายการบิน แอร์เอเชีย
|
| 19.10 น. |
นำท่านเหิรฟ้าสู่เมืองเฉินตู โดยเที่ยวบินที่ FD……. (พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) |
|
22.50 น.
|
นำท่านถึง ท่าอากาศยานซวงหลิง เมืองนครเฉินตู ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวนและมีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศจีนที่มี อุณหภูมิประเทศรายรอบไปด้วยเทือกเขาและมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยมีฤดูร้อนที่อบอุ่น ฤดูหนาวที่ไม่หนาวนัก และมีปริมาณความชื้นสูง มีพื้นที่ประมาณ 218,920 ตารางไมล์ (567,000 ตารางกิโลเมตร) ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่างๆ ได้แก่ ชาวยี่, ทิเบต, เมี้ยว, หุย และเชี่ยง ชนกลุ่มน้อยเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีถิ่นฐานอยู่ในเขตการปกครองของมณฑลเฉิงตู และยังเป็นศูนย์กลางของการเดินทางทั้งทางอากาศและทางรถไฟรวมไปถึงการเป็น ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ วัฒนธรรมการปกครอง อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีความเป็น “เมืองจีน” อย่างที่ผู้คนได้จินตนาการไว้ หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว |
| ค่ำ |
พักที่เฉินตู FOR STAR HOTEL หรือโรงแรมระดับเดียวกัน |
| วันที่สอง |
เฉินตู – เมืองลาซา – -พระราชวังฤดูร้อนนอร์ปูลิงกา |
|
เช้า
|
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (1) แล้วนำท่านเดินทางสู่สนามบินเฉินตู |
|
08.10 น.
|
นำท่านเดินทางสู่เมืองลาซา โดยสายการบินแอร์ไชน่า เที่ยวบิน CA4401 |
| 10.20 น. |
เดินทางถึงสนามบินกงก่า เมืองลาซา จากนั้นนำท่านขึ้นรถโค้ช เพื่อนำท่านเดินทางสู่ในตัวเมืองลาซา
จากนั้นนำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก เพื่อเก็บสัมภาระ |
|
กลางวัน
|
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (2)
นำ ชม ตำหนักนอร์ปู้หลิงข่า อันเป็นพระราชวังฤดูร้อน คู่กันกับพระราชวังฤดูหนาวโปตาลา ความหมายเดิมของชื่อ นอร์ปู้หลิงฆา แปลว่า “สวนอัญมณี” สร้างขึ้นในช่วงหลังศตวรรษที่ 18 (ตรงกับปี พ.ศ. 2298 ก่อนกรุงศรีอยุธยาจะแตก 12 ปี) โดยดาไลลามะที่ 7 สมัยต่อๆ มา ดะไลลามะองค์อื่นๆ ได้สร้างต่อเติมส่วนของตนเองขึ้นมาเรื่อย ๆ แม้แต่ดาไล ลามะ องค์ที่ 14 ก็ยังได้ต่อเติมพระราชวังของตนเองก่อนที่จะหนีออกจากทิเบต ในบริเวณโถงรับรองมีบัลลังก์เทวราช และงานจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับประสบการณชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ โดยมีกรอบเป็นภาพเขียนพุทธชาดก |
|
ค่ำ
|
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (3)
พักโรงแรม JARDINSECRET HOTEL (4 ดาว) หรือโรงแรมระดับเดียวกัน |
| วันที่สาม |
พระราชวังโปตาลา – วัดต้าเจา - ถนนแปดเหลี่ยม |
|
เช้า
|
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (4)
นำ ชม พระราชวังโปตาลา ตั้งอยู่บนยอดเขาแดงซึ่งมี ความสูงประมาณ 117 เมตร พระราชวังโปตาลา เป็นอาคารสูง 13 ชั้น ยาว 400 เมตร กว้าง 350 เมตร มีห้องต่าง ๆ เกือบ 1,000 ห้อง เริ่มสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่ได้รวบรวมทิเบต ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้สำเร็จ คือ กษัตริย์ชองเซิน กัมโป (Songtsen Gampo) แรกเริ่มต้องการเพียงจะ สร้างเป็นตำหนักให้แก่มเหสีชาวจีนและชาวเนปาลของพระองค์เอง ต่อมาทรงใช้ป้อม แห่งนี้ เป็นสถานที่ในการศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าจวบ จนกระทั่งสมัยเปลี่ยนการปกครอง เป็นพระลามะ เป็นผู้ปกครองประเทศ ปัจจุบันนี้ส่วนก่อสร้างเดิม 2 หลังนี้ยังคงเหลือให้เห็นอยู่ท่ามกลางสิ่งก่อสร้างใหม่ ที่ต่อเติม ในยุคหลัง อาคารที่ต่อเติมในช่วงหลังนี้ ส่วนหลัก ๆ สร้างในสมัยของดาไล ลามะ ที่ 5 ประมาณ ปี ค.ศ. 1645 - 1693 (องค์ดาไลลามะ องค์ปัจจุบันคือ องค์ที่ 14)เพื่อให้เป็นพระราชวังฤดูหนาว พระราชวังโปตาลา แบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนของพระราชวังสีขาว, สีแดง และส่วนเชื่อมที่เป็นสีเหลือง พระราชวังสีขาว เป็นส่วนของสังฆาวาส พระราชวัง สีแดงเป็นส่วนพุทธาวาสสำหรับใช้ทำกิจของสงฆ์ และบรรจุพระศพของ องค์ดาไลลามะ (ดาไล ลามะองค์ที่ 5,7,8,9,10,11, 12 และ 13) และห้องสมุดที่ใช้สำหรับเก็บ พระไตรปิฎก |
|
กลางวัน
|
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร (5) |
| |
นำ ชม วัดโจคัง (ภาษาจีนเรียก วัดต้าเจ้าซื่อ (Jokhang Temple)) เป็นวัดที่ถือว่าเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวทิเบตทั้งมวล เพราะเมื่อมีพิธีถือศีลกัน พระลามะจำนวนมากก็จะเดินทางมารวมกันทำพิธีที่นี่ สร้างในสมัยของกษัตริย์ซองเซิน กัมโป (อยู่ในปีค.ศ.620-649 ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่รวมอาณาจักรทิเบตให้เป็นปึกแผ่น) เช่นกัน เพื่อไว้เป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูป ที่มเหสีชาวต่างชาติสององค์ของพระองค์ คือ ชาติจีน และเนปาล นำเข้ามายังทิเบต ศิลปะการก่อสร้างมีจุดเด่นตรงที่นำเอาศิลปะของ 4 ชาติมาผสมกันคือ ทิเบต จีน เนปาลและแคชเมียร์ มีตำนานเล่ากันว่า ก่อนที่กษัตริย์ซองเซิน กัมโป จะสร้างวัดต้าเจาซื่อ ได้อธิษฐานว่าพระองค์จะโยนแหวนขึ้นไปบนอากาศ หากแหวนนั้นตกลงที่ใดก็จะสร้างวัดลงตรงนั้น ปรากฎว่าแหวนลอยลงไปตกในสระน้ำกระทบกับหินที่โผล่ขึ้นมา ทันใดนั้นเอง นิมิตรของสถูปก็ปรากฏให้แก่คนทั่วไปได้เห็น จึงนับว่าเป็นนิมิตรที่ดี กษัตริย์ ซองเซิน กัมโป ก็เลยสร้างให้สร้างวัดลงตรงนั้นเอง ภายในวัดมีสิ่งสำคัญอยู่หลายสิ่งเป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และ ความเชื่อถือในเรื่องไสยศาสตร์ อาทิเช่น รูปปั้นอนุสาวรีย์ ยา 2 เม็ด ที่สร้างเมื่อ 200 ปีก่อน บอกวิธีการรักษาโรคฝีดาษที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต แต่ปรากฎว่ารูปปั้นนี้ถูกผู้คนแอบแทะไปกินเพื่อรักษาโรคเสียแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่พระนางเหวิน เฉิง นำมาจากประเทศจีนเมื่อ 1300 ปีก่อน ซึ่งได้รับการกราบไหว้และยอมรับกันอย่างมากว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แม้แต่พวกขบวนการเรดการ์ด หรือกองทัพแดงที่ทำลายทุกอย่างตอนที่มีการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนในประเทศจีน ยังไม่กล้าแตะต้องพระพุทธรูปองค์นี้เลย จากนั้นนำท่านออกมาเดินชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบตที่ ถนนฆอร์หรือ ถนนแปดเหลี่ยม ที่ล้อมรอบวัดโจคัง และอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ชื้อสินค้าพื้นเมืองอันหลากหลาย |
|
ค่ำ
|
รับประทานอาหารค่ำที่ภัตตาคาร (6)
พักโรงแรม JARDINSECRET HOTEL (4 ดาว) หรือโรงแรมระดับเดียวกัน
(*** กรุณาแยกกระเป๋าใบใหญ่ฝากขึ้นรถไฟส่งไปซีหนิงล๊อคแม่กุญแจให้เรียบร้อยทุกใบ / ส่วนกระเป๋าใบเล็กให้จัดเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็นสำหรับค้างบนรถไฟ 1 คืน ***) |
| วันที่สี่ |
ลาซา – รถไฟสายประวัติศาสตร์-ผ่านชมวิวหลังคาโลก-เมืองหยังปาจ๋ง-ทะเลสาบเกลือ-เมืองเก๋อเอ่อร์มู่ |
|
เช้า
|
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (7) แล้วนำท่านเดินทางสู่สถานีรถไฟเมืองลาซา
|
| 08.20 น. |
(เวลาประมาณ) โดยรถไฟขบวนที่ K918 หรือ T28 เดินทางสู่ซีหนิง * พักตู้นอนวีไอพี ห้องละ 4 ท่าน (ไม่มีห้องเดี่ยวบนรถไฟ) (บนรถไฟมีการควบคุมระดับ |
|
|
ออกซิเจนให้เหมือนกับอากาศปกติทั่วไป มีหมอและห้องพยาบาลบริการ)
- 3,664 เมตร จากระดับน้ำทะเล - ออกเดินทางจาก “สถานีรถไฟลาซา”
- 4,305 เมตร จากระดับน้ำทะเล - เข้าสู่เขต “หยังปาจิ่ง” ผ่านโรงงานไฟฟ้าพลังไอน้ำ บริเวณนี้จะมีบ่อน้ำพุกระจายอยู่ทั่วไป บางบ่อจะมีน้ำพุพวยพุ่งสูงถึง 100 เมตร
- 5,072 เมตร จากระดับน้ำทะเล - ออกจากเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตที่สถานีบนภูเขา “ถังกู่ลา-ซาน” จุดสูงสุดที่ทางรถไฟสายประวัติศาสตร์พาดผ่าน ผ่านชมแนวเทือกเขาเก๋อลาตานตง (ยอดสูงสุดสูง 6,621 เมตรจากระดับน้ำทะเล) ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำแยงซีเกียง ขบวนรถไฟจะผ่านอุโมงค์ที่สูงที่สุดในโลก 4,905 เมตรจากระดับน้ำทะเล “เฟิงหว่อซาน”
- 4,743 เมตร จากระดับน้ำทะเล - เขต “เขอเข่อซีหลี่” เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าสงวนประเภท กวางทิเบต ลาป่า วัวเหลือง ฯลฯ รถไฟจะวิ่งผ่านสะพานข้ามแม่น้ำ ซึ่งตัวสะพานจะออกแบบเป็น 2 ชั้น ชั้นบนสำหรับรถไฟวิ่ง และชั้นล่างสำหรับให้ฝูงสัตว์ป่าอพยพ
- 4,615 เมตร จากระดับน้ำทะเล - เขต “ปู้ต้งเฉวียน” น้ำในบริเวณนี้จะไม่กลายเป็นน้ำแข็งไม่ว่าจะอยู่ในฤดูหนาวที่มีหิมะปกคลุม เพราะมีความร้อนระอุส่งผ่านมาจากใต้ดิน
- 4,772 เมตร จากระดับน้ำทะเล – เข้าสู่ช่วงสูงสุดของช่องเขาคุนหลุนที่ทางรถไฟพาดผ่าน ผ่านชมธารน้ำแข็งสุริโยธินเบิกฟ้า ถ้าอากาศดีสามารถมองเห็นยอดสูงสุดของภูเขาคุนหลุน (6,178 เมตร) ซึ่งน้อยคนนักจะมีโอกาสเห็นด้วยตา ผ่านอุโมงค์ที่เจาะผ่านเทือกเขาคุนหลุนยาว 1,686 เมตร ถือว่าเป็นอุโมงค์ที่ยาวที่สุดในโลกที่สร้างบนเขตดินน้ำแข็ง ผ่านทะเลสาบซีหวังมู่
- 2,820 เมตร จากระดับน้ำทะเล - นั่งรถไฟชมวิวเพลินใจ รถไฟจะค่อยๆลดระดับต่ำลงไปเรื่อยๆ เย็นนี้รถไฟจะเข้าเขตสถานีเมืองเก๋อเอ่อร์มู่ มณฑลซิงไห่ เมืองนี้ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1960 มีประชากรประมาณ 5 หมื่นคน เป็นเมืองที่มีการผลิตเกลือทะเลสาบมากที่สุดของจีน
- คืนนี้รถไฟจะออกจาก “เก๋อเอ่อร์มู่” และไปสว่างซีหนิง เส้นทางบางช่วงจะผ่านเขตโอเอซิส และเนินทรายในเขตทะเลทรายโกบี |
|
กลางวัน-ค่ำ
|
(พักค้างคืนบนรถไฟ – อาหารเที่ยง (8) และอาหารค่ำ (9) รับประทานบนรถไฟ) |
| วันที่ห้า |
รถไฟสายประวัติศาสตร์-ซีหนิง-อารามถาเอ๋อซื่อ-เฉินตู |
|
เช้า
|
รับประทานอาหารบนรถไฟ (10)
|
| 07.27 น. |
(เวลาประมาณ) รถไฟถึงสถานีนครซีหนิง เมืองเอกของมณฑลชิงไห่ มณฑลขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บนที่ราบ |
|
09.40 น.
|
สูงทิเบต-ชิงไห่ ที่มีความสูงเฉลี่ยกว่า 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีประชากรเบาบางเพียงประมาณ 5 ล้านคน ภูมิประเทศเป็นภูเขาและที่ราบสูง เสน่ห์ของชิงไห่คือความรกร้างห่างไกลและความเป็นอยู่ของชนเผ่าเร่ร่อน
- นำท่านชมคฤหาสน์หยกหม่าปู้ฟาง MA BUFANG’S PALACE คฤหาสน์งดงามแบบจีนโบราณ ที่มีพื้นที่กว้างขวาง บางส่วนภายนอกและภายในตัวอาคารตกแต่งด้วยหยกขาวและหยกเขียวที่นำมาจากเมือง เหอเถียน มณฑลซินเกียง แสดงถึงฐานะที่ร่ำรวย และอำนาจบารมีที่ล้นเหลือ ของเจ้าของบ้านในยุคนั้น ตัวคฤหาสน์ประกอบด้วย ตึกรับรอง ตึกที่พักอาศัยของเจ้าของบ้านและบริวาร ตึกพักรับรองของแขก ห้องลับเก็บทรัพย์สิน ส่วนที่พักของทหารที่ประจำการดูแล ปัจจุบันในบางส่วนของบ้านได้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยในมณฑลชิงไห่ “หม่าปู้ฟาง” มีสมญาว่า “KING OF QINGHAI” เกิดในปี ค.ศ. 1903 ที่เมืองหลินเซี๊ยะ มณฑลกานซู่ เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1975 ที่ซาอุดิอาราเบีย ตระกูลหม่าสะสมอำนาจบารมีในมณฑลชิงไห่มาตั้งแต่สมัย “หม่าฉี” บิดาของหม่าปู้ฟาง ที่มีอำนาจเต็มในการกุมกำลังทหารทั่วทั้งมณฑลชิงไห่ “หม่าฉี” เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1931 อำนาจในมณฑลชิงไห่ถูกถ่ายโอนมาที่ “หม่าหลิน” น้องชายซึ่งได้รับตำแหน่งผู้ว่ามณฑลชิงไห่คนถัดไป หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1937 “หม่าปู้ฟาง” ก็ล้มอำนาจของ “หม่าหลิน” อาของตัวเองโดยการสนับสนุนของก๊กมินตั๋ง (เจียงไคเช็ค) และขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่ามณฑลชิงไห่คนใหม่ ช่วงเวลานั้นพี่น้องตระกูลหม่า อันได้แก่ หม่าปู้ฟาง หม่าหงคุย หม่าหงปิน หม่าจงหยิน ล้วนแต่กุมอำนาจทั่วเขตพื้นที่ มณฑลชิงไห่ กานซู่ ซินเจียง จึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมหม่าปู้ฟางถึงสามารถขนหยกจากเมืองเหอเถียนในมณฑลซิ นเจียง มาประดับตกแต่งคฤหาสน์ของตัวเองได้ และอำนาจนี้เองเป็นที่มาของคำว่า KING OF QINGHAI ในเดือนสิงหาคม ปี ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ส่งกำลังเข้าปราบปรามกองทัพตระกูลหม่า ยึดพื้นที่หลันโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู่ไว้ได้ ตระกูลหม่าได้หนีไปที่เมืองฉุงชิ่งและฮ่องกง ภายหลังแม้มีคำสั่งจากเจียงไคเช็คให้นำกองกำลังกลับไปสู้กับกองทัพคอมมิว นิสต์แต่หม่าปู้ฟางก็ปฎิเสธ และตัดสินใจอพยพญาติพี่น้องบริวารกว่า 200 ชีวิต ไปอยู่ที่ซาอุดิอาราเบีย ในภายหลังได้รับแต่งตั้งจากรัฐบาลไต้หวันให้เป็นทูตไต้หวันประจำซาอุดิอารา เบีย (ค.ศ.1957-1961) |
|
กลางวัน
|
รับประทานอาหารเที่ยงที่ภัตตาคาร (11) นำท่านไปชมอารามถาเอ่อร์ซื่อ (25 กม.จากตัวเมือง) อารามแบบทิเบตสร้างทับสถานที่เกิดของพระสังกัปปะ พระผู้ก่อตั้งนิกายหมวกเหลืองขึ้นในทิเบต วัดนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1560สมัยราชวงศ์หมิง เคยถูกทำลายในปี ค.ศ. 1980 ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมแต่ในภายหลังได้มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ใน มีพื้นที่รวม 10 เฮกเตอร์ มีห้องโถงใหญ่ 15 ห้อง ห้องพักสงฆ์ 9,300 ห้อง รวมพื้นที่ใช้สอย 450,000 ตารางเมตร ตัวอาคารก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมฮั่นผสมทิเบต ชมหอประติมากรรมเนยจามรี ที่แกะสลักเป็นภาพชาดกและตำนานปรัมปราของชาวทิเบต |
| ค่ำ |
รับประทานอาหารเย็นที่ภัตตาคาร (12) |
| 18.35 น. |
เดินทางสู่เฉิงตู โดยเที่ยวบินที่ 3U 8808 (อาจมีการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินและเวลาบิน) |
| 20.00 น. |
เดินทางถึงเฉิงตู นำท่านเข้าที่พัก
พักที่ FOR STAR HOTEL หรือระดับเทียบเท่า |
| วันที่หก |
เฉินตู – ศูนย์วิจัยอนุรักษ์หมีแพนด้า-อาหารสมุนไพรยาจีน – ช้อปปิ้งถนนคนเดินชวนซีลู่-สนามบิน-กรุงเทพ |
|
เช้า
|
รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (13)
นำ ท่านสู่ ศูนย์วิจัย และเพาะพันธุ์หมีแพนด้ายักษ์ นำท่านนั่งรถไฟฟ้าภายในศูนย์วิจัย เป็นศูนย์วิจัยเพาะพันธุ์หมีแพนด้าพันธุ์ต่างๆ ตั้งแต่แรกเกิดเพื่ออนุรักษ์ไว้ เพลิดเพลินกับการชมสภาพแวดล้อมและพร้อมชมความน่ารัก น่าเอ็นดูของหมีแพนด้าทั้งแบบที่อยู่ในกรง |
| กลางวัน |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (14)***พิเศษ อาหารสมุนไพรจีนที่มีชื่อเสียง “ถงเหรินถัง”
จน ได้เวลาพาท่านสู่ย่าน Walking Street หรือ ถนนคนเดิน ของเสฉวน ซึ่งเป็นย่านขายสินค้าของวัยรุ่น Brand Name และขายสินค้าทันสมัยเป็นถนนที่ปิดไม่ไห้รถวิ่งผ่านได้ ให้ท่านอิสระและชมวิวทิวทัศน์ ไฟ แสง สี ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก และอิสระช้อปปิ้ง |
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร (15)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินซวงหลิงเมืองเฉินตู |
| 23.30 น. |
นำท่านเหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯโดยเที่ยวบินที่FD……… (พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) |
| 01.00 น. |
เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ...พร้อมความประทับใจ |
| |
รายการ ท่องเที่ยวนี้อาจเปลี่ยนแปลงหรือสลับกันได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถือเป็นเอกสิทธิ์ของผู้จัดโดยยืดถือตามสภาพการณ์ และประโยชน์ของท่านเป็นสำคัญ |
| |
แผนที่แสดงเส้นทางรถไฟสาย Qinghai-Tibet |
| |
 |
| อัตราค่าบริการ |
ผู้ใหญ่ พักห้องละ 2 ท่าน ท่านละ 51,900.- /52,900 บาท |
|
|
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 1 ผู้ใหญ่ ท่านละ 51,900.- /52,900 บาท (มีเตียง)
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 2 ผู้ใหญ่ ท่านละ 50,900.- /51,900 บาท (มีเตียงเสริม)
เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี พักกับ 2 ผู้ใหญ่ ท่านละ 49,900.- /50,900 บาท (ไม่มีเตียงเสริม)
พักเดี่ยวเพิ่ม ท่านละ 7,000.- บาท |
| อัตราค่าบริการนี้รวม |
1. ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับตลอดโปรแกรม ชั้นธรรมดา |
|
|
2. ค่าโรงแรมที่พัก 4 คืน / 1 คืน บนรถไฟ
3. ค่าวีซ่าจีน และค่าทำเนียมขออนุญาติเข้าทิเบต
4. ค่าภาษีสนามบินทุกที่
5. ค่าประกันอุบัติเหตุวงเงิน 500,000 – 1,000,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
6. ค่าอาหารทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
7. ค่ารถรับส่งตามสถานท่องเที่ยวที่ระบุตามรายการ
8. ค่าเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ ตามรายการ
9. บริการน้ำดื่มบนรถวันละ 1 ขวด ต่อท่าน
10. กระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ
|
|
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
|
1. ค่าระวางกระเป๋าน้ำหนักเกิน 20 กิโลกรัม
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักผ้า รีดผ้า ค่าอาหาร และเครื่องดื่มสั่งพิเศษ
3. ค่าทิปมัศคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 10 หยวน ต่อวัน / ต่อท่าน
4. ค่าทิปคนขับรถ ท่านละ 10 หยวน ต่อวัน / ต่อท่าน
5. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
|
| เอกสารที่ต้องใช้ |
ในการทำวีซ่า |
|
|
1. หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน (กรุณาตรวจวันหมดอายุ)
2. รูปถ่าย 1-2 นิ้ว ท่านละ 1 รูป (รูปสีอย่างเดียว รูปถ่ายไม่เกิน 6 เดือน)
3. ระยะเวลาในการทำวีซ่าจีน 4 วันทำการ
4. ระยะเวลาในการทำขออนุญาติเข้าลาซา 7 วันทำการ
|
| |
ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับผู้ร่วมเดินทาง (โปรแกรมนี้สำหรับผู้ที่รักการเดินทางอย่างแท้จริง)
|
| |
ข้อแนะนำทั่วไป |
|
|
1. สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) โปรดเก็บรักษาให้ดีที่สุด
2. กรุณาตรงต่อเวลาทุกครั้ง (เวลาท้องถิ่น) ที่มีการนัดหมายเพื่อประโยชน์ของหมู่คณะ
3. หากท่านจะเดินทางแยกจากคณะควรพกนามบัตรโรงแรมไปด้วยทุกครั้ง
4. ห้ามพกพาของมีคม เช่น มีดปอกผลไม้, ที่ตัดเล็บ และสิ่งของที่เป็นโลหะ อย่านำติดตัวใส่กระเป๋าที่
ถือขึ้นเครื่องเป็นอันขาด ( กรุณาใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ )
5. ของเหลวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ทินเนอร์ สารไวไฟ เป็นส่วนผสมห้ามนำติดตัวขึ้น
เครื่องบินโดยเด็ดขาด แต่สามารถโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบินได้ ตัวอย่างเช่น สุรา น้ำยาทาเล็บ น้ำยา
ล้างเล็บ ฯลฯ
6. ประเทศจีน มีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติดที่รุนแรงดังนั้นไม่ควรที่จะรับฝากของจากคนแปลก
หน้าหรือไม่รู้จัก
7. ขณะที่อยู่ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง-ด่านศุลกากรและ/หรือ ตามพรมแดนกรุณางดถ่ายภาพ
เพราะเป็นข้อห้ามของสถานที่ของทุกแห่ง
|
| |
ข้อควรพึงปฏิบัติ และความเข้าใจก่อนการเดินทาง |
|
|
1. ให้เตรียมการตรวจสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ เนื่องจากทิเบตความกดอากาศสูง อากาศหายใจน้อย
2. ดื่มน้ำให้มากๆ พยายามดื่มน้ำอุ่น
3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
4. งดสูบบุหรี่เด็ดขาด หรือถ้างดไม่ได้ต้องสูบให้น้อยที่สุด
5. ควรเคลื่อนไหวช้าๆ เมื่อรู้สึกเหนื่อยให้หายใจลึกๆไม่ควรเคร่งเครียด
6. ถ้าตื่นนอนกลางดึกแล้วหายใจไม่ออกอย่าตกใจ เพราะร่างกายกำลังปรับตัวค่อย ๆ หายใจเข้าออก
7. โปรดเน้นตัวเองว่าเรื่องนี้ ไม่มีอันตราย นี่คือการปรับตัว
8. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง
9. หากท่านมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาอะไรโปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบล่วงหน้าก่อนเดินทาง
10. หากท่านมีข้อสงสัยกรุณาสอบถามหัวหน้าทัวร์หรือไกด์ที่ท่านไปด้วย
11. กรุณาปฏิบัติตามคำแนะนำของไกด์ท้องถิ่น และหัวหน้าทัวร์ไทยที่ติดตามไปด้วย |